วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้



รหัส/ชื่อรายวิชา    ง 41101                                              
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

แผนการเรียนรู้ที่  1      หน่วยการเรียนรู้  การเลือกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์               เรื่อง การเลือกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์               เวลา   4 ชั่วโมง

วันที่  15    เดือนกรกฎาคม  พ.ศ.2556       ผู้สอน นายดนุวัฒน์   เวียงแสง


1. สาระสำคัญ
การเลือกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของงาน มีความสำคัญ เพราะเป็นความสามารถในการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่จะนำเสนองานในรูปแบบที่  ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. ตัวชี้วัดช่วงชั้น
   3.1   ม.4-6/8   ใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน
            ม.4-6/11   ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสม  ตรงตามวัตถุประสงค์ของงาน


3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เขียนให้ครอบคลุม KPA)

1. เลือกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้เหมาะสมกับงาน
2. บอกความสำคัญของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการนำเสนอผลงานได้
3. เลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสม  ตรงตามวัตถุประสงค์ของงาน







4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K)
ด้านคุณธรรม จริยธรรม
และค่านิยม (A)
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
ประเมินรายงานการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ฮาร์ดแวร์ของนักเรียนจากแบบประเมินรายงานการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จากคุณภาพการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ฮาร์ดแวร์ของนักเรียนได้อย่างเหมาะสม
ประเมินจากสังเกตพฤติกรรมกลุ่มในการแสดงความคิดเห็นต่อการเลือกซอฟต์แวร์ฮาร์ดแวร์
ประเมินจากทักษะกระบวนสาธิตวิธีเลือกใช้ซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมฮาร์ดแวร์กับวัตถุประสงค์ของงาน



5. สาระการเรียนรู้

การเลือกคุณลักษณะของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในงานสื่อประสม  ควรเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพและใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนองานในรูปแบบ ตามวัตถุประสงค์ของงาน
6. แนวทางบูรณาการ
            การเลือกคุณลักษณะของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใช้เหมาะสมกับงาน สามารถใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มาประยุกต์ในการออกแบบสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้มีความเข้าใจในเนื้อวิชามากขึ้น                       







7. กระบวนการจัดการเรียนรู้
   ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน
ครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์และตอบคำถาม 

          เด็กหญิงใบเตย ต้องการซื้อโปรแกรมซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์มาใช้กับงานออกแบบ  เพื่อให้สามารถช่วยตกแต่งภาพให้สวยงาม และจะต้องสร้างเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของตนเอง   พลอยสวยจะมีวิธีการเลือกใช้ โปรแกรมซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่างไร  จึงจะทำให้สามารถใช้งานที่ต้องการได้อย่างดี  และคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป

   ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนการสอน
ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการเลือกใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ประยุกต์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน และให้นักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นคำตอบ การจัดหาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพื่อมาใช้งาน จาก แหล่งการเรียนรู้ท้องถิ่น

   ขั้นที่ 3 สรุป
ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปผลการอภิปรายเกี่ยวกับการจัดหาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพื่อมาใช้งานจากซอฟต์แวร์ต่างๆครูเน้นย้ำให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญในการเลือกใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมกับลักษณะของการใช้งาน  และให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

8. กิจกรรมเสนอแนะ
            ควรให้นักเรียนไปหาแหล่งการเรียนรู้ที่ ให้ข้อมูลซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อผู้เรียนจะได้สัมผัสได้ประสบการณ์ตรงจากแหล่งการเรียนรู้นั้นๆ


9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
สื่อ
หนังสือเรียน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม.4
แหล่งการเรียนรู้

ห้องสมุด ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์

แนวทางการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคต


แนวทางการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคต

วัตถุประสงค์การใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคต มี ทั้งหมด 4 ประการ
1. ตอบสนองความต้องการในการเรียนรเู้พื่อทักษะแหง่อนาคต ใหม่ในศตวรรษที่ 21
2. ตอบสนองความทันสมัยและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร
3. ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตร และสาระการ เรียนรู้
4. ตอบสนองการเรียนรู้รายบุคคลบนโลกสังคมออนไลน์



ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ ความสามารถ สมรรถนะที่ ต้องมีในแต่ละบุคคลเพื่อใหส้ ามารถปรบั ตัว และดาเนินชวี ิตท่ามกลาง ความเปลี่ยนแปลงของวิถีชวี ิตในสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และ เทคโนโลยีในช่วงปี ค.ศ.2001-2100



บทบาทของครูยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ผู้อำนวยความสะดวกในการใช้แหล่งทรัพยากร การเรียนรู้ 
1.ผู้คอยชี้แนะและกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ด้วยตนเอง 
2.เสนอแนวทางให้ค้นคว้าหาความรู้ 
3.อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนได้ออกแบบและนำเสนอความรู้อย่างสร้างสรรค์ 4.สร้างแนวทางและชี้แนะให้ผู้เรียนวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้ด้วยตนเอง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 
5.ประเมินจากสภาพจริงและผลงานจากการปฏิบัติ 
6.สวมบทบาทเป็นพี่เลี้ยง ที่คอยอำนวยความสะดวกมาให้ 
7.กำหนดกิจกรรมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและยืดหยุ่นในการเรียนรู้ตามขอบเขตที่กำหนดไว้ 
8.ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้
9. เสนอแนะให้ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการแสวงหาความรู้ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ประสบการณ์ตรงจากผู้เรียนก่อให้เกิดทักษะในการแสวงหาความรู้



เทคนิควิธีการสอนแบบโครงงานในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้มี 3 ประเภท ได้แก่
1.การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวัตถุประสงค์ของเนื้อหาสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการ เรียนรู้นั้นๆ กล่าวคือ เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายโดยกิจกรรมต่าง ๆ ผู้สอนนั้น ต้องวางแผนให้ผู้เรียน เกิดความรู้ ทักษะการคิด ทักษะการสื่อสารและความร่วมมือ ทัศนคติ ค่านิยม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร 
2.การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามความสนใจของผู้เรียน กล่าวคือ เป็นลักษณะการ จัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนนั้นเป็นผู้วางแผน และระดมสมองเพื่อกำหนดขั้นตอนการทำโครงงาน ของผู้เรียน โดยที่ผู้เรียนนั้นทำตามความต้องการ และความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน หรือกลุ่ม โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือเป็นการบูรณาการทักษะความรู้ เพื่อให้เกิดกระบวนการ เรียนรู้และทักษะต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร 
3.การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานผสมผสานบูรณาการแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้อื่นๆ และ เทคโนโลยีการศึกษา กล่าวคือ เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนได้นำหลักการแนวคิด ทฤษฎีการศึกษา การเรียนรู้ และเทคโนโลยีการศึกษา เช่น การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการนำตนเอง การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามแนวคิด จิตวิทยาปัญญา การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เป็นต้น

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

ศึกษาดูงานการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ต้นแบบกระทรวงศึกษาธิการ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา



     ประเภทของสื่อและดทคโนโลยีการศึกษาในแหล่งทรััพยากรการเรียนรู้ ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ตามกรวยประสบการณ์ของเอดการ์เดล


วจนสัญลักษณ์              =     ข้อมูลข่าวสารให้ความรู้
ทัศนสัญลักษณ์             =     สัญลักษณ์ที่ติดตามผนังอาคาร
ภาพนื่ง                         =     การถ่ายรูป
ภาพยนตร์                    =     สื่อวิดีทัศน์สัตว์ทะเลดุร้าย
โทรทัศน์การศึกษา       =     สื่อบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเล
นิทรรศการ                   =     บอร์ดให้ความรู้ต่างๆรอบอาคาร
การศึกษานอกสถานที่  =     เรียนรู้ที่สถานบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล
การสาธิต                      =    การสาธิตการดำน้ำให้อาหารปลา
ประสบการณ์นาฏการ   =    การแสดงการดำน้ำ
ประสบการณ์จำลอง      =    แบบจำลองระบบนิเวศ
ประสบการณ์ตรง          =    ได้ชมปลาตัวจริงๆ

สัตว์ทะเลที่สมญานามว่าเป็นราชาแห่งท้องทะเล คือ ฉลาม










น้ำทะเลที่อยู่ในตู้ปลาที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา นำมาจาก แสมสาร สัตหีบ


ขั้นที่ 1 ของแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา
มี 5 ส่วน
1.สัตว์ที่อาศัยเขตน้ำขึ้นน้ำลง


2. สัตว์ในแนวปะการัง















3. การอยู่รวมกันของสิ่งมีชีวิต














4. สัตว์มีชีวิตประเภทหอย
















5. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังน้ำเค็ม











ขั้นที่ 2 ของแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา
มี 5 ส่วน
1. จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2. นิทรรศการเรื่องราวของอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตในทะเล
3. นิทรรศการเรื่องราวของทะเลและระบบนิเวศในทะเล
4. นิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์
5. ห้องพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยและวิวัฒนาการของหอย














ใช้สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา โดยจัดกิจกรรมเกมส์มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ โดยเขียนครอบคลุม 3 ประเด็นดังนี้

ขั้นนำ
     นำภาพปลาจาพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเลมาให้นักเรียนได้ดู ให้เกิดความสนใจ ในสีสันและรูปร่างของปลาต่างๆ และถามว่าปลาเหล่านั้นชื่ออะไร ลักษณะต่างกันอย่างไร

ขั้นสอน
     ให้นักเรียนได้รับชมปลาตัวจริงจากในพิพิธภันฑ์ พร้อมแจกใบงานให้นักเรียนได้ทำและหาความรู้ขณะเดินชม

ขั้นสรุป
    ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับความรู้ที่ได้มาในการชมพิพิธภัณฑ์ และปลูกฝังการอนุรักษณ์ธรรมชาติกับเด็กนักเรียน

ขอขอบคุณ วิทยากรผู้บรรยายให้ความรู้ คุณ มาโนช    โกมลวนิช
ขอขอบคุณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

ภูมิปัญญาท้องถิ่น ครกหินอ่างศิลา

ภูมิปัญญาท้องถิ่น ครกหินอ่างศิลา

ภูมิปัญญาท้องถิ่น ครกหินอ่างศิลา


ชื่อภูมิปัญญา : ครกหินอ่างศิลา

ประเภทของภูมิปัญญา :เป็นเเหล่งการเรียนรู็ประเภทบุคคลที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น

สถานที่ของการเก็บข้อมูล : ตำบลอ่างศิลา ร้านรุ่งเรืองศิลาทิพย์ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

องค์ความรู้ที่ได้
         การทำครกหินที่ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมานาน
มากกว่า 100 ปี หินแกรนิตที่พบแทรกตัวขึ้นมาสลับระหว่างหินชันซึ่งพบมากตามแหล่งที่เป็นเขา ติดกับ
ฝั่งทะเล และจากการที่มีหินแกรนิตซึ่งมีสีขาวนวลสีเหลืองอ่อนและมีความแข็งแกร่งจำนวนมาก
ที่ตำบลอ่างศิลาทำให้เกิดอาชีพการทำครกหินและกลายเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านชาวประมงอ่างศิลา
แต่ปัจจุบันหินนั้นก็มีน้อยลงจึงได้นำหินจากจังหวัดตากมาทำการแกะเป็นครกหิน 
      ป้าไผ่ เป็นคนจังหวัดเลย ได้ย้ายมาอยู่ที่ชลบุรีและทำอาชีพรับจ้างแกะครกหินมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
ในหนึ่งวันป้าไผ่สามารถแกะครกหิน ได้ 2-3 อันต่อวัน เป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตความละเอียดอ่อน
ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นนอกจากครก
แล้วยังแกะสลักงานรูปต่างได้อีกอย่างหลากหลาย อุปกรณ์การทำครกหินนั้น ได้แก่ ค้อนเหล็ก 
เหล็ก สกัด โดยใช้ทุบให้เป็นรูปทางไปที่ละนิด แล้วนำไปเข้าเครื่องขัดเพื่อให้ผิวเรียบเนียน 

ประโยชน์จากแหล่งการเรียนรู้ทางภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำครกหินจากชาวบ้านอ่างศิลา 

1.สถานที่ให้ความรู้ ความคิด ประสบการณ์ 

2.เป็นแหล่งสร้างความคิดที่เกิดอาชีพให้ให้สู่ความเป็นสากล 

3.เป็นแหล่งสร้างเสริมประสบการณ์ตรง 

4.เป็นแหล่งมิตรภาพที่สร้างเสริมความสัมพันธ์ด้านชุมชน
กลุ่มสาระในการเรียนรู้

สามารถประยุกต์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆเช่น กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่องของหินประเภท
ของหินการกำเนิดชั้นหินและสาเหตุที่ทำให้อ่างศิลามีหินแกรนิตที่สามารถมาใช้ในการทำครกได้
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีและกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ในการแกะหิน
เป็นเครื่องใช้ และ ประติมากรรม และการสร้างอาชีพใหม่ให้แก่ชุมชน

กลุ่มเป้าหมายในการเรียนรู้
ชาวบ้านในตำบลอ่างศิลา   ที่สนใจแกะครกและรูปหินศิลาแบบต่างๆ

เขียนแผนการจัดการเรียนรู้
แหล่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนเป็นฐาน
แผนการจัดการเรียนรู้
สาระที่  4 การอาชีพ
เวลา  3  ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 อาชีพในท้องถิ่น
กลุ่มสาระการเรียนรู้  การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปีที่  5
1. สาระสำคัญ การสำรวจข้อมูลที่เกี่ยวกับสาขาอาชีพต่างๆในชุมชนท้องถิ่น

2. ตัวชี้วัดช่วงชั้น ง 4.1 ป.5/1 สำรวจข้อมูลที่เกี่ยวกับอาชีพต่างๆในชุมชน

3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เขียนให้ครอบคลุม KPA) 
    1.เข้าใจแนวทางอาชีพความรู้ในการประกอบอาชีพ 
    2.สามารถนำความรู้มาประกอบอาชีพในชุมชนท้องถิ่นได้ 
    3.สนใจอาชีพท้องถิ่นเห็นความสำคัญในการประกอบอาชีพของชุมชน
4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

5. สาระการเรียนรู้ 
    1.การประกอบอาชีพต่างๆในชุมชน 
    2.ความรู้ในการประกอบอาชีพนั้น 
    3.แนวทางในงานอาชีพ 

6. แนวทางบูรณาการ ศิลปะ>ความจรรโลงใจ>สร้างงานศิลปะ>ความคิดสร้างสรรค์

7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ 

    ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน ครูนำยกตัวอย่างการทำครกหินในชุมชนท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาให้ดูเป็นตัวอย่างนักเรียนเกิดความสนใจ ครูให้ไปสำรวจภูมิปัญญาชาวบ้าน อาชีพในแหล่งท้องถิ่นการทำครกหิน และให้นักเรียนจดบันทึกวิธีการทำอุปกรณ์วัสดุในการทำ

    ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้ ครูพานักเรียนไปทัศนศึกษาสถานที่จริงการทำครกหิน และได้ประสบการณ์ตรงจากผู้ทำให้นักเรียนไปหาข้อมูลโดยเชื่อมโยงให้สอดคล้องกับกลุ่มสาระ 

   ขั้นที่ 3 สรุป ครูใบนักเรียนส่งใบงานการสำรวจสถานที่ไปทัศนศึกษา และครูสรุปว่าภูมิปัญญาขาวบ้านสามารถเปลี่ยนเป็นอาชีพได้และสร้างรายได้ให้กับชุมชน

8. กิจกรรมเสนอแนะ 
    ครูให้นักเรียนไปค้นหาสำรวจแหล่งการเรียนรู้ภูมิปัญญาอาชีพอื่นๆ ในท้องถิ่นแล้วนำมาเล่าให้เพื่อนในห้อง 

9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 
ภาพครกหิน 
ศึกษานอกสถานที่ ณ ร้านรุ่งเรืองศิลาทิพย์ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี 
แบบสำรวจสถานที่

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัด หลังจากศึกษาเอกสารชุดที่ 3 และให้ตอบคำถามโดยบันทึกลงใน Weblog ภายในวันที่ 9 สิงหาคม 2556

แบบฝึกหัด หลังจากศึกษาเอกสารชุดที่ 3 และให้ตอบคำถามโดยบันทึกลงใน Weblog ภายในวันที่ 9 สิงหาคม 2556

  1. ให้นิสิตบอกวิธีการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศจากแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

1.  ใช้โปรแกรมค้นดูเว็บ หรือโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) เช่น  Internet Explorer Mozilla Firefox และ Google Chrome  opera  safari  หรืออื่นๆ
2.  ใช้โปรแกรมช่วยในการสืบค้นข้อมูล (Search Engine) เช่น  google search  bring  yahoo หรืออื่น


 2.URL คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับ แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

แหล่งทรัพยาการเรียนที่อยู่ในโปรโตคอล โดยระบุที่อยู่เป็น url เพื่อเรียกที่อยู่หรือเป็นชื่อแทนเว็บเพื่อใช้ในการสืบค้นหาข้อมูล

 3. หลักการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของแหล่งแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ข้อมูลสารสนเทศบนเว็บไซต์เครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีอะไรบ้าง

ประกอบด้วย 3 ประเด็น
1.วัตถุประสงค์ความต้องการในการน าข้อมูลสารสนเทศไปใช้
 2.คุณภาพของเว็บไซต์ที่ใช้ในการเผยแพร่
3.เนื้อหาที่ใช้ในการเผยแพร่

4. Virtual Field Trip คืออะไร
การศึกษานอกสถานที่เสมือนจริง หมายถึง (Virtual Field Trip) เป็นการจำลองแบบ
สถานการณ์ให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงหรือสถานที่จริงด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้เรียนได้เห็น
จริงและเข้าใจง่าย

5. จงบอกความหมายของพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง  พร้อมยกตัวอย่างด้วยการทำ Link เว็บพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงมาคนละ 1 เว็บไซต์

พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง (Virtual Museum) หมายถึง สิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่
นำเสนอภาพสามมิติ เสมือนจริงที่ถูกแปลงเป็นตัวเลข  ในเครื่องมือนี้อาจเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
ข้อมูลสารสนเทศต่างๆ โดยใช้กระบวนการอินเทอร์เน็ตในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เป็นข้อมูลออนไลน์ที่ดูซ้ำได้หลายครั้งเพื่อศึกษาค้นคว้า ตรวจสอบและสำรวจตรวจค้นได้
 500 ปี ไทย-โปรตุเกส ของ  พิพิธภัณฑ์ มิวเซียมสยาม







6. จงบอกความหมายของเทคโนโลยี AR มีประโยชน์อย่างไรในการเป็นแหล่งการทรัพยากรการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

Augmented Reality หรือ AR เทคโนโลยีใหม่ ที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง (Real) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual) ซึ่งจะทำให้ภาพที่เห็นในจอภาพกลายเป็นวัตถุ 3 มิติลอยอยู่เหนือพื้นผิวจริง กำลังพลิกโฉมหน้าให้สื่อโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต ไปสู่ความตื่นเต้นเร้าใจแบบใหม่ ของการที่ภาพสินค้าลอยออกมานอกจอคอมพิวเตอร์ ว่ากันว่า นี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าสื่อยุคใหม่ พอๆ กับเมื่อครั้งเกิดอินเทอร์เน็ตขึ้นในโลกก็ว่าได้ หากเปรียบสื่อต่างๆ เสมือน กล่องแล้ว AR คือการเด้งออกมาสู่โลกใหม่ภายนอกกล่องที่สร้างตื่นเต้นเร้าใจ ในรูปแบบ Interactive Media โดยแท้จริง
ประโยชน์ของ Augmented Reality
ทำให้ภาพที่เห็นในจอภาพกลายเป็นวัตถุ 3 มิติลอยอยู่เหนือพื้นผิวจริง

ที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ ดึงดูด ให้ผู้เรียนสนใจมากขึ้น

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กิจกรรมกลุ่มครั้งที่ 1 ของเล่น

กิจกรรมกลุ่มครั้งที่ 1
ชื่อของเล่น  โทรศัพท์กระป๋องนม
ขั้นตอนการผลิต พร้อมภาพประกอบ
1.ตัดฝากระป๋องนมทั้ง2กระป๋องออก
2.เจาะรูด้านท้ายกระป๋องนมทั้ง2กระป๋อง
3.นำเชือกร้อยเข้าไปในรูและผูกกับไม้กลัดเพื่อป้องกันเชือกหลุด โดยทำทั้ง2กระป๋อง










สถานที่ผลิต
มหาวิทยาลัยบูรพา  QS1
วัสดุการผลิตพร้อมภาพประกอบ
1.กระป๋องนม 2 กระป๋อง
2.เชือก
3.ไม้กลัด
4.อุปกรณ์การเจาะรู

   


  





แหล่งข้อมูลได้มากจากใคร
ได้มากจากเว็บไซต์ ทรูปลูกปัญญาดอทคอมที่สอนนำเศษกระป๋องนมที่ไม่ใช้ มาผลิตให้เด็กๆเล่น
วิธีการเล่น
1. ผู้เล่น 2 คน จับกระป๋องคนละ 1 ใบ แล้วดึงเชือกให้ตึง
2. ให้ผู้ฟังเอากระป๋องจ่อที่หู
3. ผู้พูด พูดใส่ในกระป่อง
4. โต้ตอบกัน โดยให้สลับกันเป็นผู้ฟังและผู้พูด

วิธีการซ่อมแซมถ้าเสียหาย
โดยส่วนมากความเสียหายจากของเล่น โทรศัพท์กระป๋องนม จะมีปัญหาที่เชือกขาดและไม้กลัดหัก ซึ่งจะต้องทำการซ่อมแซมโดยการนำเชือกมาร้อยมัดไม่หรือใช่ไม่จิ้มฟันทั่วไปมาแทนไม้อันเก่าเพื่อมัดแล้วลองทดสอบใช้
สมาชิกกลุ่ม
นายดนุวัฒน์ เวียงเเสง     54040273
นายนัฐพงษ์ แก้วหลักดี    54040278
นายบุญฤทธิ์ รักษาการ     54040280
นายพศวีร์ ชัยสงค์            54041017


การวิเคราะห์แหล่งการเรียนรู้ วัดป่าถ้ำวัว

นายดนุวัฒน์  เวียงแสง 54040273 คณะ ศึกษาศาสตร์ สาขา เทคโนโลยีการศึกษา

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 3  (5 คะแนน) การวิเคราะห์แหล่งการเรียนรู้ วัดป่าถ้ำวัว
จากแหล่งการเรียนรู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบ ให้นิสิตตอบคำถามต่อไปนี้

1.         1.    จากแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบให้แบ่งประเภทของแหล่งการเรียนรู้ดังกล่าวว่าจัดอยู่ในประเภทใด
- วัดป่าถ้ำวัว แหล่งการเรียนรู้ดังกล่าวว่าจัดอยู่ในประเภทวัตถุและอาคารสถานที่ และเป็นสำนักปฎิบัติธรรมติดอันดับ ๑ ใน ๕ ของ สำนักปฏิบัติธรรมโลก        
      
2. จากแหล่งการเรียนรู้ตัวอย่าง ให้นิสิตประเมินแหล่งการเรียนรู้ในประเด็นดังนี้

      2.1 อะไร คือ องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้นั้น ๆ
ปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิ ทำวัตรเช้า - เย็น  นั่งสมาธิ เดินจงกรมฯ เพื่อทำจิตให้ว่าง   หลักสูตรการพัฒนา จำนวน ๓ วัน  เนื้อหาสาระจะเน้นหนักในเรื่องของหลักธรรม และการปฏิบัติธรรม ( ทำวัตรเช้า - เย็น  นั่งสมาธิ เดินจงกรมฯ เพื่อทำจิตให้ว่าง) ซึ่งจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๑๑ แผน ดังนี้ ๑.ศาสนากับวิถีชีวิตครู ๒.ความคิดรากฐานแห่งการสอน๒.การบริหารจิต (ความดีสากล)       ๔.กฏแห่งกรรม   ๕.พระคุณครู : จรรยาบรรณของวิชาชีพ ๖. เกราะ ๕ ชั้นและคุณธรรม ๔ ประการ   ๗.กระบวนการสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี  ๘.ศาสนพิธีเบื้องต้น  ๙.การส่งเสริมและอุปถัมภ์ศาสนา   ๑๐.การสร้างเครือข่ายครูดี    และ๑๑.ต้นแบบครูดี  

      2.2 ใคร คือ กลุ่มเป้าหมายหลัก/กลุ่มผู้เรียนหลัก
        กลุ่มบุคคลทั่วไป  ผู้ที่สนใจธรรมะ การนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบ


  2.3 วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม
พัฒนาตามแผน 11 ข้อ ในแต่ละแผนนั้นก็กำหนดให้ผู้เข้ารับการพัฒนาได้มีการทดสอบก่อนการพัฒนา Pre-test และหลังการพัฒนา post - test ด้วยล่ะ   เมื่อเสร็จสิ้นการพัฒนาแล้วก็จะคัดเลือกผู้ที่ได้คะแนนสูง จำนวน ๔๐ คน ร่วมกับ สำนักงานครุสภาเขตพื้นที่ ฯเขต ๒  ไปต่อยอดการพัฒนาหลักสูตรเข้ม  ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาจะเป็นผู้ดำเนินการพัฒนา ต่อไป

      2.3.1 รูปแบบ / วิธีการ / เทคนิคการนำเสนอ
      ปฏิบัติธรรม  ตักบาตรทุกเช้า ฟังบรรยายพระนักเทศน์วิทยากร นั่งสมาธิ เดินจงกรมฯ ทำวัตรเช้า - เย็น

 2.3.2 วิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียน
เนื้อหาสาระความรู้ที่เน้นหนักในเรื่องของหลักธรรม และการปฏิบัติธรรมจริง
  
 2.3.3 การเชื่อมโยงกับการศึกษา ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย

การศึกษาในระบบ  เนื่องจากมีแผนพัฒนาและหลักสูตรการปฎิบัติธรรมที่ได้รับงบประมาณจากทางภาครัฐ โดยมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการพัฒนาจรรยาบรรณของวิชาชีพครู เพื่อให้นำศาสนาไปปรับใช้

การศึกษาตามอัธยาศัย การพัฒนาบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ ให้ประพฤติตนอยู่ในศีล  สมาธิ  ปัญญา
 2.4 กลุ่มเป้าหมาย/ผู้เรียน เรียนรู้เพื่ออะไร
กลุ่มเป้าหมายที่มาปฏิบัติธรรม ได้แก่ครู เรียนรู้การฝึกนั่งสมาธิ เรียนรู้ด้วยการน้อมนำธรรมะเข้าสู่จิตใจ การทำจิตให้ว่าง ทำสมาธิ ประยุกต์หลักศาสนาหลักธรรมคำสอน ให้เข้ากับวิชาชีพครู

    2.4.1 ความรู้ ความเข้าใจ
ความรู้ในหลักศาสนาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เสริมคุณธรรม จริยธรรม
  2.4.2 ทักษะ
การฝึกปฏิบัติ การทำจิตใจให้สงบ นิ่งโดยการนั่งสมาธิ

แหล่งอ้างอิง http://www.gotoknow.org/posts/442634